เตรียมตัว ยื่นภาษี 2026

ยื่นภาษีปีนี้ ร้านคุณพร้อมแค่ไหน? คู่มือตรวจสอบความพร้อมด้านภาษีสำหรับธุรกิจออนไลน์

สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจออนไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว ช่วงต้นปีไม่ใช่เพียงเวลาของการวางแผนกลยุทธ์การตลาดหรือการขยายช่องทางการขาย แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ต้องให้ความสำคัญกับการจัดการภาษีอย่างเป็นระบบด้วย

ข้อมูลจากกรมสรรพากรชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการ e-Commerce จำนวนมากยังคงยื่นภาษีไม่ครบถ้วน หรือขาดระบบการจัดการเอกสารที่ดีพอ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบย้อนหลัง และค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น

บทความนี้จัดทำขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการประเมินความพร้อมของธุรกิจก่อนเข้าสู่ช่วงยื่นภาษี พร้อมแนวทางปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริงในทุกขั้นตอน

อ่านตามหัวข้อ


เตรียมตัวให้พร้อมยื่นภาษี ปี 2569

ทำไมธุรกิจออนไลน์ต้องให้ความสำคัญกับภาษีเป็นพิเศษ?

ธุรกิจออนไลน์มีโครงสร้างรายได้ที่ซับซ้อนกว่าธุรกิจแบบดั้งเดิมในหลายมิติ การขายผ่านหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook, Instagram หรือเว็บไซต์ของตนเอง ทำให้การรวบรวมข้อมูลรายได้เป็นภาระที่ต้องจัดการด้วยตนเองทั้งสิ้น ต่างจากผู้มีเงินได้ประเภทอื่นที่มีระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายรองรับ

นอกจากนี้ กรมสรรพากรได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบธุรกรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการประสานงานกับสถาบันการเงินและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโดยตรง ผู้ประกอบการที่ไม่มีระบบบัญชีที่ดีพอจึงเผชิญความเสี่ยงสูงกว่าที่เคยเป็น

ผลกระทบจากการยื่นภาษีไม่ถูกต้องหรือไม่ยื่น

  • เบี้ยปรับและเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ
  • ค่าปรับทางปกครอง กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด
  • ความเสี่ยงในการถูกประเมินภาษีเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งมักสูงกว่าจำนวนที่ควรเสียจริง
  • ในกรณีที่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี อาจมีโทษทางอาญาตามประมวลรัษฎากร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในกลุ่มผู้ประกอบการออนไลน์

จากประสบการณ์ของทีมงานที่ดูแลธุรกิจออนไลน์ ข้อผิดพลาดต่อไปนี้เป็นสิ่งที่พบซ้ำ ๆ และสามารถหลีกเลี่ยงได้หากมีการวางระบบที่ดีตั้งแต่ต้น

  1. บันทึกรายได้ไม่ครบทุกช่องทาง รายได้จากช่องทางขนาดเล็ก เช่น Line Official Account, Direct Message บน Instagram หรือการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์โดยตรง มักถูกละเลยในการบันทึก แม้จะดูไม่มากในแต่ละครั้ง แต่เมื่อสะสมตลอดทั้งปี ตัวเลขอาจมีนัยสำคัญต่อฐานภาษีที่ต้องยื่น
  2. นำค่าใช้จ่ายส่วนตัวมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายธุรกิจ การนำรายการค่าใช้จ่ายส่วนตัวมาหักเป็นต้นทุนธุรกิจ แม้จะช่วยลดภาษีในระยะสั้น แต่หากถูกตรวจสอบจากสรรพากร ต้องคืนภาษีพร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ซึ่งสร้างภาระมากกว่าที่ประหยัดได้
  3. ยื่นแบบล่าช้าหรือไม่ยื่นภายในกำหนด การยื่นแบบล่าช้าเพียงหนึ่งวันก็มีผลในทางกฎหมายแล้ว สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายการบัญชีจำนวนมาก การเริ่มเตรียมเอกสารล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก
  4. รายงานรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง ในยุคที่กรมสรรพากรสามารถเรียกข้อมูลธุรกรรมจากสถาบันการเงินและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้โดยตรง การรายงานรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริงจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าที่เคยเป็นในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
  5. ไม่มีหลักฐานประกอบค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเอกสารประกอบ ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการโอนเงิน ไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ตามกฎหมาย ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่พึงได้รับ

เตรียมตัว ยื่นภาษี 2026


เช็คลิสต์ความพร้อม 5 ด้านก่อนยื่นภาษี

ประเมินสถานะของธุรกิจคุณในแต่ละด้าน เพื่อเตรียมพร้อมก่อนถึงกำหนดยื่นแบบ

ด้านที่ 1 — ความครบถ้วนของเอกสารรายได้

รายได้ที่ต้องนำมาแสดงในแบบภาษีครอบคลุมรายการทั้งหมดดังต่อไปนี้หรือไม่

  • รายงานยอดขายหรือ Statement จากทุกแพลตฟอร์มที่ดำเนินการอยู่
  • รายการเดินบัญชีธนาคารทุกบัญชีที่ใช้รับชำระเงินจากลูกค้า ครอบคลุม 12 เดือนเต็ม
  • ยอดขายสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นของแต่ละแพลตฟอร์ม
  • ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินที่ออกให้ลูกค้า (กรณีที่มีการออกเอกสาร)

ด้านที่ 2 — การรวบรวมค่าใช้จ่ายที่สามารถหักได้

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจสามารถนำมาหักออกจากรายได้ก่อนคำนวณภาษีได้ตามกฎหมาย รายการที่ควรรวบรวมและมีเอกสารประกอบ คือ

  • ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและโฆษณาออนไลน์ทุกช่องทาง (Meta Ads, Google Ads, TikTok Ads ฯลฯ)
  • ต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ และวัสดุบรรจุภัณฑ์
  • ค่าขนส่งและค่าบริการโลจิสติกส์
  • ค่าซอฟต์แวร์ เครื่องมือดิจิทัล และแพลตฟอร์มที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ
  • ค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บสินค้าหรือสำนักงาน (หากมี)
  • ค่าจ้างพนักงาน ค่าตอบแทนผู้รับจ้างอิสระ และค่าบริการวิชาชีพต่าง ๆ

ด้านที่ 3 — การแยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว

การใช้บัญชีส่วนตัวในการรับชำระเงินจากลูกค้าเป็นปัญหาเชิงระบบที่พบบ่อยในกลุ่มผู้ประกอบการออนไลน์ที่เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็ก ผลเสียที่เกิดขึ้นคือ

  • ความยุ่งยากในการแยกรายได้ธุรกิจออกจากรายรับส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถคำนวณฐานภาษีที่แท้จริงได้
  • ความเสี่ยงที่เงินเข้าบัญชีทั้งหมดจะถูกนับเป็นรายได้ธุรกิจเมื่อถูกตรวจสอบ
  • ข้อจำกัดในการวางแผนภาษีและขอสินเชื่อธุรกิจในอนาคต

หากยังไม่ได้แยกบัญชี ควรดำเนินการโดยเร็วที่สุด และกำหนดให้บัญชีธุรกิจเป็นช่องทางหลักในการรับชำระเงินนับตั้งแต่ต้นปีบัญชีใหม่เป็นต้นไป

ด้านที่ 4 — ความเข้าใจในประเภทภาษีที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจออนไลน์อาจมีภาระภาษีมากกว่าหนึ่งประเภท การทำความเข้าใจในแต่ละประเภทจะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับบุคคลธรรมดา (ผู้ประกอบการรายย่อย)

  • แบบภาษีที่ต้องยื่น มีดังนี้
    • ภ.ง.ด. 90 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พึงประเมินทุกประเภท
    • ภ.ง.ด. 91 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉพาะเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1ม.40(1)
    • ภ.ง.ด. 94 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สำหรับผู้มีเงินได้ประเภท 5-8 (เช่น ขายออนไลน์) เกิน 120,000 บาทในครึ่งปีแรก
  • กำหนดการยื่นแบบภาษี
    • ภ.ง.ด. 90/91 – ยื่นแบบกระดาษภายใน 31 มี.ค. 69 หรือยื่นออนไลน์ภายใน 8 เม.ย. 69 (e-Filing) สำหรับรายได้ปี 2568
    • ภ.ง.ด. 94 – ยื่นแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 กันยายน ของปีภาษีนั้น (ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ยืดระยะเวลาเพิ่มอีก 8 วัน)
  • ข้อดี: ง่าย ไม่ต้องจด VAT จนกว่ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท​

สำหรับบริษัท (นิติบุคคล)

  • แบบภาษีที่ต้องยื่น มีดังนี้
    • ภ.ง.ด. 50 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ยื่นแบบสิ้นปี)
    • ภ.ง.ด. 51 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้รอบครึ่งปีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ยื่นแบบครึ่งปี)
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) เมื่อรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ผู้ประกอบการมีหน้าที่จดทะเบียน VAT
    • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีที่มีการจ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการให้แก่บุคคลภายนอก ผู้ประกอบการมีหน้าที่หักและนำส่งภาษีในส่วนนี้ด้วย
  • กำหนดยื่นแบบภาษี 
    • ภ.ง.ด. 50 – ยื่นแบบภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา (ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ยืดระยะเวลาเพิ่มอีก 8 วัน)
    • ภ.ง.ด. 51 – ยื่นภายใน 2 เดือน นับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) – ยื่นแบบรายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
    • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย – ต้องนำส่งทุกเดือนที่มีการจ่าย
  • ข้อดี: อัตราภาษีคงที่ หักขาดทุนสะสมได้ 5 ปี, ได้สิทธิประโยชน์รัฐมากกว่า

อ้างอิง : ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร และเมื่อใด?

ด้านที่ 5 — ระบบสนับสนุนด้านการบัญชีและภาษี

เมื่อธุรกิจเติบโตถึงระดับหนึ่ง การบริหารจัดการบัญชีด้วยตนเองย่อมมีข้อจำกัด ผู้ประกอบการควรพิจารณาโครงสร้างการสนับสนุนที่เหมาะสมกับขนาดและความซับซ้อนของธุรกิจ

การว่าจ้างนักบัญชีมืออาชีพ

  • ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาด โดยเฉพาะในรายการที่มีความซับซ้อนทางกฎหมาย
  • สามารถให้คำปรึกษาด้านการวางแผนภาษีและโครงสร้างธุรกิจที่เหมาะสม
  • เหมาะกับธุรกิจที่มีรายการบัญชีหลากหลาย หรือจดทะเบียนในรูปนิติบุคคล

การใช้ซอฟต์แวร์บัญชีออนไลน์

  • ติดตามสถานะทางการเงินได้แบบ real-time ในราคาที่เข้าถึงได้
  • เพิ่มความสะดวกสบายในการออกบิล e-Receipt จากแพลตฟอร์ม สำหรับลดหย่อนในปีที่รัฐบาลสนับสนุนมาตรการลดหย่อนภาษี
  • ระบบที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย เช่น FlowAccount, PEAK Accounting, XERO รวมถึง LnwShop Pro ก็มีให้บริการระบบนี้ด้วย
  • เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและบริหารจัดการด้วยตนเอง

ปฏิทินภาษีที่ผู้ประกอบการออนไลน์ต้องทราบ

การบริหารจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่การรีบดำเนินการในช่วงใกล้ deadline

ปฏิทิน ยื่นภาษี

เช็คข้อมูลปฏิทินภาษีอากรด้วยตัวเอง ที่นี่ www.rd.go.th/62348.html

สำหรับบุคคลธรรมดา (ผู้ประกอบการรายย่อย)

  • มกราคม – กุมภาพันธ์: ช่วงเวลาหลักสำหรับการรวบรวมและตรวจสอบเอกสารรายได้และค่าใช้จ่ายตลอดปีบัญชีที่ผ่านมา
  • มีนาคม – เมษายน: กำหนดยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด. 90/91) 
    • ยื่นแบบกระดาษภายใน 31 มีนาคม 69 หรือยื่นออนไลน์ภายใน 8 เมษายน 69 (e-Filing) สำหรับรายได้ปี 2568
  • กรกฎาคม – กันยายน: ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน ของปีภาษีนั้น
    • ปีนี้ต้องยื่นภายในวันที่ 30 กันยายน 69 (ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ยืดระยะเวลาเพิ่มอีก 8 วัน คือวันที่ 8 ตุลาคม 69)
  • วันที่ 15 ของทุกเดือน: กำหนดยื่นแบบ VAT รายเดือน สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากวัน 15 เป็นวันหยุด เลื่อนไปวันทำการถัดไป

สำหรับบริษัท (นิติบุคคล)

  • พฤษภาคม: กำหนดยื่นแบบภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ที่มีรอบบัญชีเริ่มต้น 1 มกราคม – สิ้นสุด 31 ธันวาคม กำหนดยื่นแบบภายในวันที่ 30 พฤษภาคม หากเป็นวันหยุด เลื่อนไปวันทำการถัดไป 
    • ปีนี้เลื่อนไปตรงกับวันที่ 2 มิถุนายน 69 (ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ยืดระยะเวลาเพิ่มอีก 8 วัน คือวันที่ 8 มิถุนายน 69)
  • สิงหาคม:  กำหนดยื่นแบบภาษีเงินได้รอบครึ่งปีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด. 51) ที่มีรอบบัญชีเริ่มต้น 1 มกราคม – สิ้นสุด 31 ธันวาคม กำหนดยื่นแบบ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม หากเป็นวันหยุด เลื่อนไปวันทำการถัดไป
    • ปีนี้ต้องยื่นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 69 (ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ยืดระยะเวลาเพิ่มอีก 8 วัน คือวันที่ 8 กันยายน 69)
  • วันที่ 15 ของทุกเดือน: กำหนดยื่นแบบ VAT รายเดือน สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากวัน 15 เป็นวันหยุด เลื่อนไปวันทำการถัดไป
  • วันที่ 7 -15 ของเดือน: กำหนดนำส่งแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) ยื่นแบบภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ยื่นออนไลน์ไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

“Tips: ผู้ประกอบการควรตั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 30–60 วันก่อนกำหนดการยื่นแต่ละครั้ง เพื่อให้มีระยะเวลาเพียงพอในการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลหากพบความคลาดเคลื่อน”


สรุป ความพร้อมทางภาษีคือรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน

ผู้ประกอบการออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวไม่เพียงแต่มีกลยุทธ์การขายที่แข็งแกร่ง แต่ต้องมีระบบการจัดการทางการเงินและภาษีที่มีประสิทธิภาพด้วย การลงทุนเวลาและทรัพยากรในระบบให้ถูกต้องตั้งแต่ตอนนี้ จะช่วยป้องกันความเสี่ยงและต้นทุนที่ไม่จำเป็นในอนาคต

เริ่มต้นด้วยการประเมินสถานะของธุรกิจคุณตามเช็คลิสต์ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมา ระบุช่องว่างที่ต้องดำเนินการ และจัดลำดับความสำคัญให้ชัดเจน หากต้องการคำแนะนำเฉพาะเจาะจงสำหรับสถานการณ์ของธุรกิจคุณ การปรึกษานักบัญชีที่มีประสบการณ์ด้าน e-Commerce ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

“ หากใครต้องการใช้งานระบบที่ช่วยให้การจัดการบัญชีเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นผ่าน LnwShop Pro สามารถคลิกเพื่อติดต่อเพื่อปรึกษาทีมงานของเราได้เลยนะคะ!


แหล่งอ้างอิงหลัก (กรมสรรพากร)