ภาษีนำเข้า ออนไลน์

เก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ ตั้งแต่ 1 บาทแรก เริ่มปี 2569! ส่งผลอย่างไรกับร้านค้าออนไลน์? พร้อมตัวอย่างการคิดภาษีใหม่

รู้หรือไม่? 1 ม.ค. 2569 สินค้านำเข้าที่สั่งซื้อออนไลน์จากต่างประเทศทุกชิ้นที่มีมูลค่าเกิน 1 บาท จะถูกเรียกเก็บอากรนำเข้าเพิ่มเติม จากเดิมที่เคยยกเว้นให้สินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท รายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามที่บทความนี้เลย

ทำไมรัฐบาลจึงยกเลิก De Minimis และมาเก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก ?

ปัจจุบันตลาด e-Commerce ถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ที่เข้ามาขายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งเดิมทีประเทศไทยใช้หลักเกณฑ์ที่เรียกว่า “De Minimis” ที่มีหลักเกณฑ์ว่า พัสดุนำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า และจ่ายเพียง VAT เท่านั้น ทำให้ต้นทุนสินค้าถูก และสามารถขายได้ในราคาที่ต่ำกว่าสินค้าไทยเป็นอย่างมาก

ดังนั้น ภาครัฐจึงมีแผนออกมาตรการใหม่คือ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป สินค้าทุกชิ้นที่ส่งจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย ไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าไหร่ จะถูกประเมินภาษีนำเข้าและ VAT เต็มรูปแบบ หรือไม่ใช้หลัก De Minimis อีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลอย่างไรกับร้านค้าออนไลน์ ?

ภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์
[Photo by Lucrezia Carnelos on Unsplash ]

1). ร้านที่ขายสินค้า “ผลิตในไทย” จะได้ประโยชน์

เพราะสินค้านำเข้าจะมีต้นทุนสูงขึ้น ทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้มากขึ้นในด้านราคา และความเร็วในการส่ง

ข้อดีของร้านค้าที่ขายสินค้าไทย หรือผลิตในไทย :

  • คู่แข่งราคาถูกจากจีน / ต่างประเทศ มีความเสียเปรียบมากขึ้น
  • ลูกค้ามีแนวโน้มซื้อสินค้าจากร้านค้าไทย เพราะไม่ต้องรอขนส่งนาน
  • สินค้าไทยภาพลักษณ์ดีขึ้น เพราะราคาห่างกันไม่มากเหมือนเดิม

2). ร้านที่นำเข้าสินค้ามาขายเอง จะเสียเปรียบ ต้องรีบปรับตัว

ถ้าเป็นพัสดุจากต่างประเทศ ต้องเข้าระบบศุลกากร และจะเจอกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากภาษีนำเข้า (ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า), ค่า VAT 7%, ค่าเอกสาร / ค่าดำเนินการศุลกากร และระยะเวลานำเข้าอาจนานกว่าเดิม

ซึ่งหากร้านค้าไม่ปรับราคาสินค้า อาจทำให้กำไรลดลง แต่หากปรับราคาเพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลให้ลูกค้าไปเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าอื่นได้เช่นกัน

3) ร้านค้าประเภท Cross-border (ร้านที่ส่งสินค้าจากต่างประเทศโดยตรง) จะได้รับผลกระทบมากที่สุด

ร้านค้า Cross-border คือร้านค้าที่มีสต็อกสินค้าอยู่ต่างประเทศ และจัดส่งเข้ามาให้ผู้ซื้อในไทยแบบข้ามพรมแดน โดยไม่ผ่านคลังสินค้าภายในประเทศ มักพบในแพลตฟอร์มใหญ่ เช่น Shopee, Lazada (มีป้ายระบุ “จัดส่งจากต่างประเทศ”, “ส่งจากจีน” ฯลฯ)

เพราะแพลตฟอร์มจะต้องกำหนดราคาที่รวมภาษี, ระบบตรวจสอบเอกสาร รวมถึงค่าบริหารและดำเนินการศุลกากร

รวม Checklist ร้านค้าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

ภาษีนำเข้า ออนไลน์
[Photo by Jakub Żerdzicki on Unsplash]

1). ทบทวนว่าสินค้าของร้านเป็นสินค้า “นำเข้า” หรือไม่

ควรทบทวนว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายกลุ่มที่เคยได้รับยกเว้นภาษี เนื่องจากราคาต่ำกว่า 1,500 บาทหรือไม่ เพราะในปีหน้าคุณจะไม่ได้รับสิทธินี้แล้ว จึงแนะนำให้เริ่มคำนวณต้นทุนใหม่แบบละเอียดเพื่อเตรียมความพร้อม

2). คำนวณต้นทุนใหม่หลังมีภาษี

โดยสิ่งที่ร้านต้องคำนวณเพิ่มมีดังนี้

  1. อากรนำเข้า (Import Duty)  (อัตราขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ประเภท สามารถค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรได้ที่ เว็บไซต์กรมศุลกากร)
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  3. ค่าดำเนินการศุลกากรขนส่ง (บริษัทขนส่งเก็บเพิ่ม)
  4. ค่าคลัง หรือค่ารอจัดการสินค้า

วิธีคำนวณเบื้องต้น

  • หา HS Code ของสินค้าที่จำหน่าย (เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า, เครื่องประดับ)
  • เข้าเว็บไซต์กรมศุลกากร → ค้น HS Code → ดูอัตราภาษีนำเข้า (Import Duty) ที่ใช้กับสินค้าจากต่างประเทศ
  • ตรวจสอบว่า “ประเทศต้นทาง” มีข้อตกลงการค้า (FTA) หรือไม่ ซึ่งหากมีก็อาจทำให้อัตราภาษีของคุณลดลง
    (อ้างอิง TMA Group, ข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และ GSP)
  • คำนวณต้นทุน (CIF = Cost + Insurance + Freight) → ใช้อัตราภาษีที่ได้ → บวก VAT (ตามที่ระบบกำหนด) → ประเมินราคาสินค้าใหม่

 ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น หลังกฎหมายเริ่มบังคับใช้ มีการนำเข้าเสื้อผ้าจากประเทศจีน ตัวละ 800 บาท

  •  ภาษีนำเข้า (Import Duty) เสื้อผ้าอยู่ในหมวดที่มักโดนอัตรา ประมาณ 30% = 800 × 30% = 240 บาท
    (อ้างอิงจาก
    moneymgmnt.com : อัตราจริงขึ้นอยู่กับชนิดผ้า/เส้นใย) 
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) (ราคาสินค้า + ภาษีนำเข้า) = (800 + 240) × 7% = 72.8 บาท (ปัด 73 บาท)
  • รวมที่ต้องจ่ายเพิ่ม 313 บาท/ตัว ทำให้ต้นทุนจริงหลังนำเข้า = 1,113 บาท/ตัว

หมายเหตุ : เป็นตัวอย่างเพื่อการประมาณเท่านั้น และ ไม่รวมค่าขนส่ง/ประกัน (ถ้ามี ควรนำมาบวกเพื่อคำนวณ CIF)

3). ปรับโครงสร้างราคา และกำไรให้เหมาะสม

ในส่วนนี้ ทางร้านอาจต้องนำข้อมูลของต้นทุน และปัจจัยอื่น ๆ มาช่วยประเมินว่า จะสามารถปรับโครงสร้างของราคาสินค้าได้อย่างไร เช่น

  1. ขึ้นราคาสินค้า
  2. เพิ่มลดส่วนลด / โปรโมชั่น
  3. ปรับ Packaging เมื่อต้นทุนสูงขึ้น

โดยบางร้านค้าอาจเลือกนำเข้าสินค้าเป็นล็อตใหญ่ เพื่อช่วยลดต้นทุนต่อชิ้น และย้ายสินค้าเข้าคลังในประเทศไทยไว้ล่วงหน้า ทำให้จัดส่งของให้ลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

Trick! คุณสามารถใช้ระบบบัญชีของ LnwShop Pro เพื่อ Export ข้อมูลต้นทุนสินค้าออกมา แล้วนำต้นทุนเดิมมาเปรียบเทียบกับแนวโน้มต้นทุนใหม่ เพื่อช่วยตัดสินใจ และยังสามารถใช้ระบบ Export – Import ข้อมูลราคาขายสินค้ากลับเข้าระบบ เพื่อจัดการรายการสินค้าอย่างเหมาะสมได้เลย

ภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์

4). วางแผนนำเข้าสินค้าแบบใหม่ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าขาดสต็อก

แน่นอนว่าเมื่อกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว การนำเข้าจะใช้เวลานานขึ้น และควบคุมต้นทุนได้ยากขึ้น

ทางร้านควรวางแผนระยะเวลาทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินกระบวนการให้เสร็จสมบูรณ์ (Lead Time) และคาดการณ์การขายไว้ล่วงหน้า เพื่อวางแผนจัดการสต็อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ หากสินค้าขาดสต็อก อาจทำให้บริษัทเสียโอกาสในการขายและอาจเสียรายได้

5). สื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจ หากมีการเปลี่ยนแปลงราคา

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคาเกิดขึ้น ลูกค้าที่เคยซื้อขายอาจมีข้อสงสัยเกิดขึ้นได้ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทางร้านค้าควรแจ้ง หรือประชาสัมพันธ์ ให้ลูกค้าทราบถึงสาเหตุ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่องทางที่มีการสื่อสาร พูดคุยกับทางลูกค้าอยู่แล้ว หรือเขียนบทความเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ก็ได้เช่นกัน

Trick! ตัวอย่างข้อความแจ้งลูกค้า :  เนื่องจากมีการปรับใช้กฎหมายภาษีนำเข้าใหม่ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น ทางร้านมีความจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เพื่อให้สามารถรักษาคุณภาพสินค้า และการให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าทุกท่านได้เช่นเดิม ขออภัยในความไม่สะดวก และขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเสมอมาค่ะ

เพื่อไม่พลาดทุกแผนการนำเข้าสินค้า และลดความเสี่ยงสต็อกหมด! ขอแนะนำระบบ LnwShop ที่ช่วยให้คุณดูสถิติสินค้าขายดีทั้งรายเดือนและรายปี สามารถดูข้อมูลระบบได้ที่บทความ พาชม! หน้าสรุปสถิติการขาย (Statistics) ของร้านค้าเทพ มีข้อมูลอะไรน่าสนใจบ้างนะ? เพื่อให้วางแผนสต็อกสินค้าได้อย่างแม่นยำได้เลย

ภาษีนำเข้า ออนไลน์

บทสรุป! เริ่มปี 2569 เป็นต้นไป ร้านค้านำเข้าสินค้าจากต่างประเทศต้องเตรียมพร้อม

  • สินค้านำเข้าทุกชิ้นที่มีมูลค่า 1 บาท จะถูกเก็บภาษี ทำให้ของถูกแบบเดิมอาจไม่มีอีกต่อไป
  • ร้านค้าที่ขายสินค้าไทย หรือผลิตในประเทศ มีโอกาสโตมากขึ้น เพราะได้เปรียบเรื่องต้นทุนสินค้านำเข้า
  • ร้านค้าที่นำเข้าสินค้าจำเป็นต้องปรับตัว ทั้งเรื่องการคำนวณต้นทุนใหม่ การตั้งราคา และแผนการนำเข้า
  • ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญในการปรับราคา วางแผนสต็อก และตั้งกลยุทธ์การตลาดใหม่
  • สำหรับร้านค้า LnwShop Pro อย่าลืมใช้ระบบ Export เพื่อปรับราคาสินค้า และ Export ข้อมูลต้นทุนสินค้าออกมาเพื่อนำมาเปรียบเทียบแนวโน้มต้นทุนใหม่

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามทางทีมที่ปรึกษาธุรกิจ (LnwShop Pro) ของคุณ หรือคลิกที่นี่หากสนใจใช้งาน LnwShop Pro