Own Channel คือช่องทางที่ธุรกิจเป็นเจ้าของและควบคุมได้เอง เช่น เว็บไซต์แบรนด์ ฐานสมาชิก หรือช่องทางที่แบรนด์ใช้สื่อสารกับลูกค้าโดยตรง สำหรับธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ช่วยให้แบรนด์จัดการข้อมูลสินค้า เก็บข้อมูลลูกค้า ออกแบบประสบการณ์การซื้อ และต่อยอดการซื้อซ้ำได้ดีขึ้น
ทุกวันนี้ลูกค้าอาจพบเจอแบรนด์ของคุณจากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Marketplace, Social Media, Ads , Search หรือคอนเทนต์ที่แบรนด์สื่อสารออกไป ซึ่งช่องทางเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น นอกจากการคำนึงถึงช่องทางที่จะใช้เข้าถึงลูกค้าแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่แบรนด์ต้องหันกลับมาถามตัวเอง ในวันที่เป้าหมายเปลี่ยนไปจากการเข้าถึง ไปสู่ความมั่นคงในธุรกิจ นั่นคือ ตอนนี้แบรนด์ของคุณ มีพื้นที่ที่เป็นของตัวเองจริง ๆ แล้วหรือยัง และช่องทางที่มีนั้น สามารถตอบโจทยืความต้องการของลูกค้า และการจัดการข้อมุลหลังบ้านได้จริง ๆ หรือไม่

ธุรกิจออนไลน์วันนี้ไม่ได้ขายจากช่องทางเดียวอีกต่อไป
การขายออนไลน์ในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นจากช่องทางเดียว ลูกค้าของคุณอาจเห็นสินค้าจากโฆษณา กดดูรีวิวบน Social Media ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมบน Search หรือเปรียบเทียบบน Marketplace ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจซื้อในช่องทางที่สะดวกที่สุด
ซึ่งสำหรับแบรนด์ออนไลน์ การมีหลายช่องทางขายจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนี่คือหนทางที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้หลายจังหวะ ตั้งแต่ช่วงที่ลูกค้ายังไม่รู้จักแบรนด์ ไปจนถึงช่วงที่เริ่มสนใจ เปรียบเทียบ และพร้อมตัดสินใจซื้อ
เครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์อย่าง Google Analytics ยังมีรายงาน User acquisition และ Traffic acquisition ที่ช่วยให้ธุรกิจดูได้ว่าผู้ใช้หรือ session เข้ามาจากช่องทางไหน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แหล่งที่มาของลูกค้านั้น ถือเป็นข้อมูลสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์และวางแผนช่องทางขาย
โดยในขณะเดียวกัน การขายหลายช่องทางเอง ก็มาพร้อมความท้าทายมากขึ้นเช่นกัน ทั้งข้อมูลสินค้าที่กระจายอยู่หลายแพลตฟอร์ม ลูกค้าแต่ละช่องทางได้รับประสบการณ์ไม่เหมือนกัน การจัดโปรโมชันควบคุมได้ยาก และแบรนด์ไม่สามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้ครบสำหรับการทำการตลาดต่อในระยะยาว
สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่แบรนด์ต้องหาทางแก้ปัญหา เพื่อให้ในการเติบโตต่อไป แบรนด์จะสามารถควบคุมข้อมูล ประสบการณ์ และความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีขึ้น จนสามารถสานสัมพันธ์กับลูกค้าต่อในระยะยาวได้
Own Channel คืออะไร
ในมุมของธุรกิจออนไลน์ Own Channel (ช่องทางของแบรนด์) อาจหมายถึงเว็บไซต์ของแบรนด์ ฐานสมาชิก ระบบอีเมล ฐานข้อมูลลูกค้า หรือช่องทางใดก็ตามที่แบรนด์สามารถจัดการข้อมูล การสื่อสาร และประสบการณ์ของลูกค้าได้โดยตรง
ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายที่สุด ช่องทางของแบรนด์ คือพื้นที่ที่เป็นของแบรนด์เองที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎ การแสดงผล หรือรูปแบบของแพลตฟอร์มภายนอกทั้งหมด
สำหรับธุรกิจ E-Commerce ตัวอย่าง ที่ชัดที่สุดคือเว็บไซต์ของแบรนด์ เพราะเว็บไซต์เป็นพื้นที่ที่ธุรกิจสามารถนำเสนอสินค้า เล่าเรื่องแบรนด์ จัดโปรโมชัน สร้างระบบสมาชิก เก็บข้อมูลลูกค้า และออกแบบประสบการณ์การซื้อได้ตามกลยุทธ์ของตัวเอง ซึ่งเว็บไซต์นี้ จะเป็นพื้นที่ที่ทำให้แบรนด์สามารถพาลูกค้ากลับมาสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวได้มากขึ้น

ทำไมธุรกิจออนไลน์ไม่ควรพึ่งพาช่องทางภายนอกอย่างเดียว
Marketplace, Social Media และช่องทางโฆษณายังคงมีความสำคัญมากสำหรับธุรกิจออนไลน์ เพราะเป็นตัวช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น สร้างการมองเห็นได้เร็ว และช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย
แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การพึ่งพาช่องทางภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจทำให้แบรนด์ควบคุมบางเรื่องได้น้อยลง เช่น ไม่สามารถออกแบบประสบการณ์หน้าร้านได้ เพราะต้องรูปแบบหน้าตาภายใต้แพลตฟอร์ม ข้อมูลลูกค้าบางส่วนอาจไม่อยู่ในมือของแบรนด์ทั้งหมด การสื่อสารกับลูกค้าหลังการซื้อทำได้จำกัด และการแข่งขันด้านราคาอาจสูงขึ้นเมื่อสินค้าของแบรนด์ต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับคู่แข่งจำนวนมาก
อีกเรื่องที่สำคัญคือ การมองเห็นบนแพลตฟอร์มภายนอกอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่ว่าจะมาจากอัลกอริทึม ค่าธรรมเนียม กฎการใช้งาน หรือรูปแบบโฆษณาที่เปลี่ยนไปตามแต่ละแพลตฟอร์ม
สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาเพื่อบอกว่า คุณควรเลิกใช้ช่องทางภายนอก แต่อยากแสดงให้เห็นถึงผลดีผลเสียของการเลือกใช้งานแค่แพลฟตฟอร์มใดแพลตฟอร์มนึงเท่านั้น ซึ่งถ้าจะให้ดีธุรกิจที่ต้องการเติบโตในระยะยาวก็ควรมีพื้นที่ของตัวเองควบคู่กันไปกับการมีตัวตนอยู่บนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วย
Own Channel ช่วยให้แบรนด์สามารถต่อยอดจากลูกค้าที่เคยสนใจ เคยซื้อ หรือเคยมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาก่อนแล้วได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาลูกค้าใหม่เพียงอย่างเดียว
เว็บไซต์ช่วยสร้าง Own Channel ให้แข็งแรงขึ้นอย่างไร
เว็บไซต์หนึ่งใน Own Channel ที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจออนไลน์ เพราะเป็นพื้นที่ที่แบรนด์สามารถจัดการได้ครบทั้งการขาย การสื่อสาร ข้อมูลสินค้า และประสบการณ์ของลูกค้า
เมื่อเว็บไซต์ถูกออกแบบและจัดข้อมูลอย่างเป็นระบบ คุณจะมีพื้นที่ตรงกลางที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจแบรนด์ได้ดีขึ้น และช่วยให้ทีมภายในทำงานบนข้อมูลเดียวกันได้ง่ายขึ้น
1. ควบคุมประสบการณ์แบรนด์ได้มากขึ้น
บนเว็บไซต์ของตัวเอง แบรนด์สามารถออกแบบประสบการณ์สำหรับลูกค้าได้เต็มที่ ตั้งแต่หน้าแรก หน้าสินค้า การจัดหมวดหมู่สินค้า เนื้อหา รีวิว โปรโมชัน ไปจนถึงขั้นตอนการสั่งซื้อ

ต่างจากการขายบนแพลตฟอร์มภายนอกที่รูปแบบหน้าร้านและการนำเสนอถูกกำหนดข้อจำกัดไว้ค่อนข้างมาก เว็บไซต์ช่วยให้แบรนด์สื่อสารตัวตน จุดเด่น และคุณค่าของสินค้าได้ในแบบของตัวเองมากขึ้น
เมื่อลูกค้าเข้ามาที่เว็บไซต์ แบรนด์จึงมีโอกาสสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้าเข้าใจสินค้า และออกแบบเส้นทางการตัดสินใจซื้อได้ชัดเจนขึ้น
2. จัดการข้อมูลสินค้าได้ครบกว่า
ธุรกิจที่มีสินค้าหลายประเภท หรือสินค้าที่ต้องใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ มักต้องการพื้นที่ในการอธิบายมากกว่าแค่รูปภาพ ราคา และข้อความสั้น ๆ
เว็บไซต์ช่วยให้ธุรกิจใส่รายละเอียดสินค้าได้ครบขึ้น เช่น จุดเด่น วิธีใช้งาน วัสดุ ขนาด เงื่อนไขการจัดส่ง การรับประกัน รีวิว คำถามที่พบบ่อย หรือบทความแนะนำการเลือกสินค้า
ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลดคำถามซ้ำที่ทีมขายต้องตอบ และทำให้เว็บไซต์กลายเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลสำคัญของแบรนด์
3. เข้าใจลูกค้าและต่อยอดการซื้อซ้ำได้ดีขึ้น
เมื่อลูกค้าซื้อผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์ คุณสามารถเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวางแผนระยะยาวได้มากขึ้น เช่น สินค้าที่ลูกค้าสนใจ สินค้าที่เคยซื้อ พฤติกรรมการสั่งซื้อ ช่องทางที่พาลูกค้าเข้ามา หรือกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสซื้อซ้ำ
Think with Google แนะนำให้ธุรกิจค้าปลีกสร้างกลยุทธ์ First-party Data จาก touchpoints ที่แบรนด์มี เช่น เว็บไซต์ แอป และช่องทางออฟไลน์ เพื่อเข้าใจลูกค้าและวัดผลทางการตลาดได้ดีขึ้น
โดยข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แบรนด์วางแผนการตลาดได้แม่นขึ้น เช่น แนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้อง ทำโปรโมชันเฉพาะกลุ่ม สร้างระบบสมาชิก หรือส่งข้อเสนอที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น
เมื่อแบรนด์เข้าใจลูกค้ามากขึ้น การขายจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แต่สามารถต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิมได้ดีขึ้น
4. สื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรงมากขึ้น
หนึ่งในข้อดีของ Own Channel คือแบรนด์มีโอกาสสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร โปรโมชัน สินค้าใหม่ แคมเปญพิเศษ หรือข้อมูลหลังการขาย
เมื่อแบรนด์มีเว็บไซต์ของตัวเอง พร้อมฐานลูกค้าหรือสมาชิกที่จัดการได้เป็นระบบ การสื่อสารกับลูกค้าจะไม่ต้องพึ่งการมองเห็นบนแพลตฟอร์มภายนอกเพียงอย่างเดียว
McKinsey บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการธุรกิจ ระบุว่า D2C E-Commerce เปิดโอกาสให้แบรนด์สร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า และใช้ข้อมูลจาก Customer Journeys เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ให้ดีขึ้น
แบรนด์จึงสามารถสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องหลังการซื้อ และมีโอกาสทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ง่ายขึ้น
5. ทำให้ธุรกิจวัดผลและวางแผนได้เป็นระบบขึ้น
เว็บไซต์ช่วยให้ธุรกิจเห็นภาพการขายและพฤติกรรมลูกค้าในพื้นที่ของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ลูกค้าเข้ามาจากช่องทางไหน ดูสินค้าอะไร สั่งซื้อสินค้าใด หรือโปรโมชันแบบไหนที่ช่วยให้เกิดยอดขาย
Google Analytics อธิบายว่า Traffic-Source Dimensions ช่วยระบุแหล่งที่มาของทราฟฟิก เช่น Source, Medium, Campaign และ Channel Group ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการวิเคราะห์ว่าช่องทางใดพาผู้ใช้เข้ามายังเว็บไซต์หรือแอป
ซึ่งช่วยให้ธุรกิจวางแผนได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช่องทางการตลาด การวางโปรโมชัน การจัดหมวดหมู่สินค้า หรือการพัฒนาประสบการณ์การซื้อให้เหมาะกับลูกค้ามากขึ้น
สำหรับธุรกิจที่เริ่มมีทีมหลายฝ่าย เช่น ทีมการตลาด ทีมขาย ทีมบริการลูกค้า หรือทีมหลังบ้าน การมีข้อมูลอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางยังช่วยลดความซ้ำซ้อน และทำให้ทุกทีมทำงานต่อกันได้ง่ายขึ้น

Own Channel ไม่ได้มาแทน Marketplace
ทั้งหมดที่กล่าวมา เราไม่ได้กำลังบอกคุณว่า ต้องเลิกขายบน Marketplace หรือหยุดทำ Social Commerce เพราะเรารู้ว่าแต่ละช่องทางขาย มีหน้าที่และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
Marketplace อาจช่วยให้ลูกค้าเจอสินค้าได้ง่ายขึ้น Social Media ช่วยสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม Ads ช่วยดึงลูกค้าใหม่เข้ามา Search ช่วยให้ลูกค้าค้นหาข้อมูลเจอ ส่วนเว็บไซต์ช่วยเป็นพื้นที่กลางในการให้ข้อมูล ปิดการขาย ดูแลลูกค้า และต่อยอดความสัมพันธ์ในระยะยาว
กล่าวคือ การใช้หลายช่องทางเพื่อให้ลูกค้าเจอแบรนด์ แล้วใช้เว็บไซต์เป็นพื้นที่ในการปิดการขาย สื่อสาร และสร้างการซื้อซ้ำ นั่นเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นได้อีกในระยะยาว
ธุรกิจแบบไหนควรเริ่มทำเว็บไซต์ของตัวเอง
ธุรกิจที่ควรเริ่มให้ความสำคัญกับ Own Channel เช่น
- ธุรกิจที่เริ่มขายหลายช่องทางแล้วจัดการข้อมูลยากขึ้น
- ธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าจดจำ
- ธุรกิจที่มีสินค้าหลายหมวดหมู่ หรือสินค้าที่ต้องอธิบายรายละเอียดมาก
- ธุรกิจที่อยากเก็บฐานลูกค้าและทำการตลาดซ้ำ
- ธุรกิจที่ต้องการสร้างระบบสมาชิก โปรโมชันเฉพาะกลุ่ม หรือแคมเปญสำหรับลูกค้าเดิม
- ธุรกิจที่ต้องการลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งมากเกินไป
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่า ต้องการจัดการข้อมูล ลูกค้า ทีมงาน และประสบการณ์หลังการซื้อให้เป็นระบบมากขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ถึงเวลาแล้ว ที่คุณจะสร้าง Own Channel ของแบรนด์
LnwShop Pro ช่วยให้แบรนด์ออนไลน์สร้าง Own Channel ได้อย่างไร
LnwShop Pro ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์มีเว็บไซต์ของตัวเอง พร้อมระบบที่รองรับการขายและการจัดการหลังบ้านในที่เดียว
คุณสามารถใช้เว็บไซต์เป็นพื้นที่ในการนำเสนอสินค้า จัดการข้อมูลสินค้า รับออเดอร์ เชื่อมต่อการชำระเงิน การจัดส่ง โปรโมชัน ลูกค้า และข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้เป็นระบบมากขึ้น

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตในระยะยาว เว็บไซต์ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางขายเพิ่มเติม แต่เป็น Own Channel ที่ช่วยให้แบรนด์ควบคุมประสบการณ์ลูกค้าได้มากขึ้น เข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น และต่อยอดการซื้อซ้ำได้ชัดเจนขึ้น
และเมื่อธุรกิจมีพื้นที่ของตัวเอง การขายหลายช่องทางก็จะทำงานเป็นระบบมากขึ้น เพราะแบรนด์สามารถใช้ Marketplace, Social Media, Ads หรือ Search เพื่อเข้าถึงลูกค้า แล้วพาลูกค้ากลับมาที่เว็บไซต์ เพื่อปิดการขาย และสร้างความสัมพันธ์ต่อในระยะยาวได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Own Channel
1. Own Channel คืออะไร?
:: Own Channel คือช่องทางที่ธุรกิจเป็นเจ้าของและควบคุมได้เอง เช่น เว็บไซต์ของแบรนด์ ฐานสมาชิก อีเมล หรือช่องทางที่แบรนด์ใช้สื่อสารกับลูกค้าโดยตรง
2. Own Channel ต่างจาก Marketplace อย่างไร?
:: Marketplace เป็นช่องทางภายนอกที่ช่วยให้ลูกค้าเจอสินค้าได้ง่ายขึ้น ส่วน Own Channel เป็นพื้นที่ของแบรนด์เองที่ช่วยให้ธุรกิจควบคุมข้อมูลสินค้า ประสบการณ์ลูกค้า การสื่อสาร และการซื้อซ้ำได้มากขึ้น
3. ทำไมธุรกิจออนไลน์ควรมีเว็บไซต์ของตัวเอง?
:: เว็บไซต์ช่วยให้ธุรกิจมีพื้นที่ส่วนกลางในการนำเสนอสินค้า เก็บข้อมูลลูกค้า สื่อสารโปรโมชัน ออกแบบประสบการณ์แบรนด์ และต่อยอดความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
4. Own Channel จำเป็นต้องมาแทน Marketplace ไหม?
:: ไม่จำเป็น Own Channel ไม่ได้มาแทน Marketplace แต่เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้ธุรกิจบาลานซ์ช่องทางขายได้ดีขึ้น โดยคุณสามารถใช้ Marketplace, Social, Ads หรือ Search เพื่อเข้าถึงลูกค้า แล้วใช้เว็บไซต์เป็นพื้นที่ในการปิดการขายและดูแลลูกค้าต่อได้ คู่ขนานกันไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Google Analytics Help: User acquisition report vs. Traffic acquisition report
- Google Analytics Help: About traffic-source dimensions
- Think with Google: Retail strategy — First-party data & automation
- McKinsey & Company: The six must-haves to achieve breakthrough growth in e-commerce D2C

Leave a Comment